บทบาทปากีสถานในเวทีโลก กับความพยายามกู้วิกฤตพลังงาน สหรัฐฯ-อิหร่าน

Wiki Article

ขณะนี้ นานาประเทศ กำลังจับตามอง สถานการณ์ ทางการเมืองและการทูต ที่เกิดขึ้น ณ เมืองหลวงของปากีสถานอย่างใกล้ชิด เหตุการณ์นี้ ไม่ใช่เพียงแค่ เรื่องราวระยะสั้น แต่ ทุกแถลงการณ์ ทุกกระบวนการ ของเหล่านักการทูต และ ผู้มีอำนาจ ที่เดินทางมารวมตัวกันในกรุงอิสลามาบัด กำลังเป็นตัวแปรสำคัญในการ กำหนด ว่า ราคาน้ำมันดิบโลก ห่วงโซ่อุปทานสินค้า และ ระบบเศรษฐกิจโลก จะขับเคลื่อนไปในทิศทางใดในอนาคตอันใกล้ สำหรับ ประชากรยุคใหม่ ที่อาจจะ มองว่า ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและสหรัฐอเมริกาเป็น เรื่องไกลตัว ขอบอกตรงๆ เลยว่า ไม่ใช่แบบนั้นเลย ตราบใดที่ ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งถือเป็น เส้นทางคมนาคมหลัก ในการขนส่งน้ำมันดิบเกือบ หนึ่งในห้า ของโลก ยังคงเผชิญกับ การปิดกั้น ผลกระทบ ตั้งแต่ ราคาพลังงานในชีวิตประจำวัน ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ไปจนถึง ค่าใช้จ่ายของภาคอุตสาหกรรม ของผู้ประกอบการไทย ส่งผลถึงกระเป๋าเงินของเราทุกคน

ก่อนที่จะวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบัน เราต้องย้อนกลับไปดู เหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นในช่วงต้นปี ที่เป็นจุดเปลี่ยน โดยเรื่องราวทั้งหมด เริ่มต้นขึ้นจากการเปิดฉากโจมตีทางอากาศ ครั้งใหญ่ ต่อประเทศอิหร่าน ซึ่งมุ่งเป้าไปที่ โครงสร้างพื้นฐานทางทหาร โครงการนิวเคลียร์ และระบบขีปนาวุธ ส่งผลให้เกิดความตึงเครียด ต่อบุคคลระดับสูง ในเวลาต่อมา ทางฝั่งอิหร่านได้ทำการ ตอบแทน ด้วยการส่งจรวดและโดรนโจมตี ฐานทัพและพันธมิตร และที่สำคัญที่สุดคือการประกาศ ปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นการตัดเส้นเลือดใหญ่ ของตลาดพลังงานโลก โดยพฤตินัย

เมื่อการสู้รบ ดำเนินมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง รัฐบาล ปากีสถานก็ได้ก้าวเข้ามา ทำหน้าที่ เป็นตัวกลางไกล่เกลี่ย อันเป็นที่ยอมรับ จนกระทั่งสามารถ บรรลุข้อตกลง มาตรการหยุดยิงชั่วคราว เพื่อสร้างโอกาส นำไปสู่กระบวนการเจรจาโต๊ะกลม ครั้งประวัติศาสตร์ ในกรุงอิสลามาบัด โดยมีการหารือยาวนาน หลายสิบชั่วโมง แต่ บทสรุป ก็ยังไม่สามารถ เกิดข้อสรุปที่ลงตัว

ในการประชุม รอบแรกที่เมืองหลวงของปากีสถาน เต็มไปด้วย คณะผู้แทนระดับสูงและผู้เชี่ยวชาญ จากวอชิงตันและเตหะราน โดยทางฝั่งสหรัฐฯ ได้ส่งทีมงาน ระดับแนวหน้า ที่นำโดยผู้บริหารระดับสูงและทูตพิเศษ ในส่วนของ คณะผู้แทนของอิหร่านก็ประกอบด้วย แกนนำคนสำคัญ ทว่า ประเด็นหลักที่ทำให้การหารือ ไม่สามารถเดินหน้าต่อได้ มีอยู่สองประเด็นใหญ่ ที่ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมลดละ คือ:

ความไม่ลงรอย ในการเจรจารอบดังกล่าว แสดงให้เห็น ช่องว่างทางความคิด ที่ยากจะประสาน แม้ว่าจะมีรายงานข่าวว่าทั้งสองฝ่าย เกือบที่จะ บรรลุข้อตกลงในบางหัวข้อแล้วก็ตาม แต่ด้วยเงื่อนไข ที่ผูกมัด ทำให้โต๊ะเจรจาในรอบแรก ต้องพับเก็บไปก่อน

สำหรับสถานการณ์ ช่วงเวลาต่อมา สถานการณ์ทางการทูต ทวีความซับซ้อนและ ท้าทายสายตาชาวโลก มีรายงานว่ารัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน บินตรงไปยัง พื้นที่เจรจาในปากีสถาน ทว่าในขณะเดียวกัน จากทางโฆษกอย่างเป็นทางการ ที่ออกมายืนยันว่า ยังไม่มีกำหนดการที่จะประชุม หน้าต่อหน้า กับทางคณะผู้แทนจากประเทศสหรัฐอเมริกา ขณะที่ ทำเนียบขาวเองก็ได้ออกแถลงการณ์ว่า ทีมงานฝ่ายความมั่นคง มีความพร้อมที่จะเดินทางไป พิจารณาเงื่อนไข แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น

ฝั่งวอชิงตัน ได้ประกาศยกเลิก การเดินทาง อย่างกะทันหัน โดยให้เหตุผลหลักว่า ข้อเสนอและเอกสารที่ได้รับจากฝั่งตรงข้าม ยังขาดความชัดเจน และไม่คุ้มค่ากับการเดินทางระยะไกล และได้เสนอให้ใช้ระบบ การสื่อสารผ่านช่องทางโทรศัพท์ และการทูตทางอ้อมแทน กระบวนการนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางรายงานข่าวว่า คณะผู้แทนของอีกฝ่าย ได้เดินทางออกจาก เมืองหลวงปากีสถานไปแล้ว ทำให้โอกาสในการสร้างความร่วมมือ ต้องสิ้นสุดลง โดยที่ยังไม่ได้เริ่มหารืออย่างเป็นทางการ

การจะประเมิน ถึงความสำคัญอันยิ่งใหญ่ของพื้นที่แห่งนี้ จำเป็นต้องศึกษา ลักษณะทางภูมิศาสตร์และบทบาทของ ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นพื้นที่ทางทะเล ที่มีความกว้างเพียงไม่กี่สิบกิโลเมตร ในจุดที่แคบที่สุด แต่ทำหน้าที่เป็น เส้นทางหลัก ของพลังงานน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ จากอ่าวเปอร์เซีย คิดเป็นสัดส่วนมหาศาล เมื่อเทียบกับ การค้าพลังงานทั่วโลก กลุ่มประเทศอุตสาหกรรม ต้องอาศัย เส้นทางคมนาคมนี้ เพื่อความมั่นคงทางพลังงาน

ในช่วงที่เกิด วิกฤตการณ์ปิดล้อมทางทะเล และการตรวจสอบเรือสินค้า สถานการณ์ตึงเครียด ก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น เมื่อระบบความปลอดภัยทางทะเลถูกทำลาย ซึ่งทางหน่วยงานความมั่นคง ได้ประเมินว่า กระบวนการในการเคลียร์พื้นที่และการกู้ภัย ไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ในระยะเวลาอันสั้น สิ่งนี้ชี้ให้เห็นว่า ต่อให้ทั้งสองฝ่ายสามารถ ลงนามในข้อตกลง ในวันนี้ การขนส่งน้ำมันดิบ ให้กลับมา สมบูรณ์ 100% จำเป็นต้องใช้เวลาและงบประมาณมหาศาล

ภายใต้ วิกฤตการณ์ที่ซับซ้อนนี้ บทบาทที่น่าสนใจ คือความพยายามของประเทศปากีสถาน ในการเป็นสะพานเชื่อม แม้ว่าที่ผ่านมาปากีสถาน ไม่ได้ถูกมองว่าเป็น ผู้ไกล่เกลี่ยหลักในเวทีการเมืองระดับโลก แต่ในเหตุการณ์ครั้งนี้ ผู้มีอำนาจในประเทศ สามารถรักษาความสัมพันธ์และ การติดต่อประสานงาน กับทั้งทางฝั่งวอชิงตันและเตหะราน ได้อย่างต่อเนื่อง

ความพยายามดังกล่าว ถูกเรียกว่า "กระบวนการอิสลามาบัด" ซึ่งมุ่งหวังที่จะ เปลี่ยนการหารือแบบเฉพาะกิจ อ่านต่อ ให้กลายเป็น กรอบความร่วมมือและการทูตในระยะยาว ซึ่งถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ เพราะมันหมายความว่า ถึงแม้ว่าโต๊ะเจรจาในปัจจุบันจะว่างเปล่า แต่ช่องทางในการติดต่อและ โอกาสในการลดความรุนแรง ยังคงเปิดกว้างอยู่เสมอ ซึ่งเหล่านักลงทุนและ ผู้ประกอบการทั่วโลก ยังคงต้องติดตาม อย่างใกล้ชิดต่อไป

Report this wiki page